เรียนต่อเกาหลีใต้

ทางรัฐบาลได้ให้การสนับสนุนนักศึกษาต่างชาติผ่านนโยบายต่างๆ เช่น การอนุญาตให้นักศึกษาต่างชาติสามารถทำงานนอกเวลาได้ การกำหนดให้นักศึกษาต่างชาติจ่ายค่าเทอมที่เท่ากันกับนักศึกษาเกาหลีใต้ รวมทั้งให้สิทธิแก่นักศึกษาต่างชาติในการเข้าถึงทุนการศึกษาจำนวนมาก นอกจากนี้ รัฐบาลเกาหลีใต้ยังได้พยายามให้ความช่วยเหลือแก่นักศึกษาต่างชาติที่สำเร็จการศึกษาในด้านการหางานอีกด้วย

เรียนต่อเกาหลีใต้

รัฐบาลเกาหลีใต้ให้การสนับสนุนนักเรียนต่างชาติในการศึกษาต่อยังมหาวิทยาลัยในเกาหลีใต้  ในปี 2015 รัฐบาลเกาหลีใต้ได้ตั้งเป้าหมายที่จะดึงดูดนักศึกษาต่างชาติให้เข้ามาศึกษาต่อในประเทศเป็นจำนวนสูงถึง 200,000 คน ให้สำเร็จภายในปี 2023 และในปี 2015 ที่ผ่านมานี้เอง ประเทศเกาหลีได้ทำลายสถิติสูงสุด โดยมีนักศึกษาต่างชาติเข้ามาศึกษาต่อเป็นจำนวนกว่า 105,000 คน !

เอกสารที่ใช้ในการสมัคร


  1. หนังสือรับรองจากอาจารย์หรือที่ทำงาน (Letter of Recommendation and a Counsellor Reference)  
  2. สำเนาหน้าพาสปอร์ต (Copy of your passport )
  3. หลักฐานแสดงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเข้าและออกประเทศที่ออกโดยเจ้าหน้าที่ของเกาหลี  (Certificate of Facts concerning the Entry and Exit, issued by the Korean authorities)
  4. เอกสารการสมัครตามข้อกำหนดของมหาวิทยาลัย ซึ่งโดยปกติจะรวม Personal Statement ด้วย
  5. หลักฐานแสดงความสามารถด้านภาษาเกาหลีหรืออังกฤษ ตามข้อกำหนดของหลักสูตรที่สมัคร


นักศึกษาจำเป็นต้องมีวีซ่าสำหรับศึกษาต่อที่เกาหลีใต้ ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องวางแผนการทำวีซ่าไว้แต่เนิ่นๆ เนื่องจากขั้นตอนการขอวีซ่านั้นอาจใช้เวลา 2-3 เดือน 


วีซ่านักเรียนแบ่งออกเป็น 2 แบบคือ

D-2 : Regular Educational Programme
ไม่ว่าสมัครเรียนระดับปริญญาตรี โท หรือเอก ก็จะใช้วีซ่าประเภทนี้เหมือนกันหมด วีซ่าประเภทนี้อนุญาตให้อยู่ในประเทศเกาหลีได้ 1 ปี หากต้องการศึกษาต่อสามารถยื่นเรื่องต่ออายุวีซ่าได้ที่
สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองประเทศเกาหลีใต้

D-4 : General Student Visa
อนุญาตให้อยู่ในประเทศเกาหลีใต้ได้ 6 เดือน สามารถต่ออายุได้ในประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งต้องนำหลักฐานจากสถานศึกษาไปยื่นที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ส่วนใหญ่คนที่ไปเรียนภาษาเกาหลีหลักสูตรระยะสั้นไม่เกิน 6 เดือนจะใช้วีซ่าประเภทนี้

เรียนภาษาเกาหลีตัวต่อตัว

เอกสารประกอบการยื่นขอวีซ่า


  • แบบฟอร์มขอวีซ่า ติดรูปถ่ายขนาด 1.5 นิ้ว 1 รูป (พื้นหลังสีขาว อายุไม่เกิน 6 เดือน)
  • พาสปอร์ต และสำเนา 1 ชุด 
  • ใบรับรองการเป็นนักเรียนภาษาอังกฤษ (เอกสารต้นฉบับ) และทรานสคริปต์ภาษาอังกฤษ (เอกสารต้นฉบับ)
  • หนังสือรับรองการทำงานของผู้ปกครองจากบริษัท (ภาษาอังกฤษและระบุตำแหน่งและเงินเดือน)
  • หนังสือรับรองจดทะเบียนบริษัท (กรณีผู้ปกครองเป็นเจ้าของกิจการ)
  • สำเนาพาสปอร์ต หรือสำเนาบัตรประชาชนของผู้ปกครอง 
  • หนังสือรับรองบัญชีเงินฝากของนักเรียนหรือผู้ปกครองจากธนาคารของไทย (ภาษาอังกฤษและออกโดยธนาคาร) และสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากทุกหน้า *อย่างน้อย 6 เดือน
  • ในกรณีใช้บัญชีเงินฝากของผู้ปกครองจากธนาคารของไทย ผู้สมัครต้องแนบสำเนาพาสปอร์ต หรือสำเนาบัตรประชาชนของผู้ปกครองและสำเนาสูติบัตรหรือทะเบียนบ้าน
  • หนังสือตอบรับการเข้าเรียนจากมหาวิทยาลัยของประเทศเกาหลี
  • ใบรับรองผลการตรวจวัณโรค (Tuberculosis) ภาษาอังกฤษ จากโรงพยาบาลที่กำหนด (มีผลบังคับใช้วันที่ 1 กรกฎาคม 2559)
  • ค่าธรรมเนียม 



เวลาในการรับสมัคร 


มหาวิทยาลัยในเกาหลีใต้นั้นเข้มงวดในเรื่องของกำหนดเวลามาก ดังนั้นให้รีบจัดการสมัครได้ทันที ปกติมีการเปิดรับสมัครตั้งแต่เดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ และประกาศผลในเดือนเมษายน หลังจากมีการรับเข้าศึกษาในหลักสูตรแล้ว บางหลักสูตรอาจมีการทดสอบความสามารถทางภาษาเพิ่มเติมด้วยในเดือนสิงหาคม  ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องตรวจสอบกับทางมหาวิทยาลัยให้แน่ชัดในเรื่องกำหนดการวันที่ในการรับสมัครและการเข้าสอบ


เคล็ดลับในการสมัคร

เริ่มต้นจัดเตรียมเอกสารที่ใช้ในการสมัครทันที
ถ้าหากคุณแน่ใจแล้วว่าตัวเองต้องการไปศึกษาต่อ ไม่ว่าจะเป็นประเทศอะไรก็ตาม คุณจำเป็นต้องมีเอกสารสำคัญ อย่างเช่น พาสปอร์ต คุณไม่ควรจะรอจนกระทั่งใกล้ถึงเวลาก่อนแล้วค่อยเริ่มเตรียมเอกสาร
ติดต่อ International office ของมหาวิทยาลัยที่คุณสมัคร
หากคุณมีคำถามหรือข้อสงสัยใดๆ International office สามารถช่วยคุณได้
รักษาเวลา
อย่างที่ได้กล่าวไปก่อนหน้านี้แล้ว กำหนดเวลาเป็นเรื่องที่สำคัญมากในเกาหลีใต้ ดังนั้นเตรียมเอกสารและสิ่งจำเป็นทุกอย่างให้ครบถ้วนทันเวลาก่อนที่จะมีการปิดรับสมัคร
สมัครมากกว่า 1 มหาวิทยาลัย
นี่จะเป็นการช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับเข้าศึกษาต่อ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มทางเลือกให้ตัวเองอีกด้วย


3 สาขาวิชาน่าเรียน


หลักสูตรการเรียนการสอนระดับปริญญาในประเทศเกาหลีใต้ โดดเด่นทั้งสาขาวิชาสายวิทย์และสายศิลป์เลยค่ะ อยากเรียนอะไรก็มีให้เลือกเรียนหลากหลายมาก และมีหลักสูตรภาษาอังกฤษไว้รองรับนักศึกษาต่างชาติอย่างเราๆ ด้วย เพราะรัฐบาลเขาต้องการส่งเสริมให้สถาบันการศึกษาของประเทศเกาหลีใต้ก้าวไกลสู่นานาชาติ โดยเฉพาะในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก นอกจากจะมีหลักสูตรให้เลือกมากมายแล้ว ยังมีทุนการศึกษามอบให้แก่นักศึกษาต่างชาติจำนวนไม่น้อยทีเดียว

อุตสาหกรรมสื่อ

หากใครติดตามความเป็นไปของอุตสาหกรรมสื่อในระดับเอเชียอยู่บ้าง คงทราบดีว่านาทีนี้ไม่มีใครมาแรงเท่าเกาหลีใต้อีกแล้วค่ะ การส่งออกวัฒนธรรมผ่านสื่อกระแสหลักของเขายิ่งใหญ่อลังการมาก ทำกันเป็นล่ำเป็นสัน กำหนดเป็นนโยบายระดับประเทศ และประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีเสียด้วย ภายในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กระแสเกาหลีฟีเว่อร์จึงแทรกซึมไปทั่วเอเชียเบียดแซงญี่ปุ่นที่เคยเป็นเจ้าตลาดขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งแทน และยังไม่มีทีท่าว่าใครจะโค่นล้มได้ ซึ่งแน่นอนความสำเร็จเหล่านี้ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่เกิดจากการความทุ่มเท การทำงานหนัก รวมถึงต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายๆ ฝ่ายทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งถ้าอยากเข้าไปคลุกวงในและเรียนรู้เคล็ดลับความสำเร็จเหล่านั้น ก็มีหลายมหาวิทยาลัยในเกาหลีใต้ที่เปิดสอนสาขาวิชาด้านอุตสาหกรรมสื่อหลากหลายแขนงค่ะ ข้อสำคัญคือหากมาเรียนต่อที่นี่ เรายังมีโอกาสได้ฝึกงานกับสื่อเกาหลีใต้ ถือว่าเป็นโอกาสอันดีมากที่จะได้ล่วงรู้เคล็ดลับความสำเร็จและกระบวนการทำงานของพวกเขา

วิศวกรรมศาสตร์

หลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์ในประเทศเกาหลีใต้นอกจากจะโด่งดังและมีคุณภาพสูงเป็นอันดับต้นๆ ของเอเชียแล้ว ยังมีทุนการศึกษาเป็นจำนวนมาก และมีโครงการประสานความร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษาหลายแห่งในประเทศไทย การจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่มีความโดดเด่นในสาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ โดย QS World University Rankings ปีล่าสุด มีมหาวิทยาลัยจากเกาหลีใต้ถึง 3 แห่ง ที่คะแนนสูงติดอันดับ Top 50 ของโลก ได้แก่ อันดับ 13 KAIST - Korea Advanced Institute of Science & Technology อันดับ 15 Seoul National University และอันดับ 41 Pohang University of Science And Technology (POSTECH) ถือเป็นหนึ่งในประเทศตัวแทนจากเอเชียที่โดดเด่นและน่าจับตามองไม่แพ้ประเทศชั้นนำด้านการศึกษาอื่นๆ อย่างเช่น ญี่ปุ่น จีน สิงคโปร์ และฮ่องกง

มนุษยศาสตร์

ทุกวันนี้เนื่องจากวัฒนธรรมเกาหลีเป็นที่นิยมมากในประเทศไทย และแนวโน้มที่คนไทยจะได้ทำงานร่วมกับบริษัทต่างชาติก็มีสูงขึ้น สถาบันอุดมศึกษาหลายแห่งจึงมีการเปิดสอนวิชาภาษาเกาหลีเพื่อรองรับความต้องการของนักศึกษา ในระหว่างที่เรียนอยู่ในประเทศไทยนักศึกษาสามารถสมัครเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ประเทศเกาหลีใต้ได้ หรือจะวางแผนเรียนต่อคณะมนุษยศาสตร์ที่ประเทศเกาหลีหลังจบการศึกษาก็สามารถทำได้เช่นกัน ยิ่งเรียนตรงสายมาตั้งแต่ปริญญาตรี โอกาสที่จะได้รับการพิจารณาเข้าศึกษาในระดับปริญญาโทก็จะมีมากขึ้นด้วย ความน่าสนใจของสาขาวิชานี้คือการได้พัฒนาทักษะด้านการคิดวิเคราะห์ การตีความเรื่องราวของมนุษย์ในอดีตจากเอกสารและหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่มีอยู่ รวมถึงการทำความเข้าใจผู้คนในสังคมร่วมสมัยที่โลกกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วด้วยอิทธิพลของเทคโนโลยี


ค่าใช้จ่ายในการเรียนต่อเกาหลีใต้


มหาวิทยาลัยรัฐบาลและมหาวิทยาลัยแห่งชาติ (Public and National universities)


ระดับปริญญาตรี
สาขาวิชาด้านมนุษย์ศาสตร์  $2,000 ~ $2,300 ต่อเทอม (ประมาณ 72,000 - 82,000 บาท)
สาขาวิชาด้านวิทยาศาสตร์ $2,500 ~ $2,800 ต่อเทอม (ประมาณ 90,000 - 100,000 บาท)
สาขาวิชาด้านศิลปะ $2,800 ~ $3,000 ต่อเทอม (ประมาณ 100,000 - 110,000 บาท)
สาขาวิชาด้านการแพทย์ $4,300 ~ $4,400 ต่อเทอม (ประมาณ 150,000 - 160,000 บาท)
ระดับปริญญาโท
สาขาวิชาด้านมนุษย์ศาสตร์ $2,500 ~ $2,700 ต่อเทอม (ประมาณ 90,000 - 96,000 บาท)
สาขาวิชาด้านวิทยาศาสตร์ $3,000 ~ $3,300 ต่อเทอม (ประมาณ 110,000 - 120,000 บาท)
สาขาวิชาด้านศิลปะ $3,500 ~ $3,800 ต่อเทอม (ประมาณ 125,000 - 136,000 บาท)
สาขาวิชาด้านการแพทย์ $4,000 ~ $5,100 ต่อเทอม (ประมาณ 143,000 - 182,000 บาท)


มหาวิทยาลัยเอกชน  (Private universities)

ระดับปริญญาตรี
สาขาวิชาด้านมนุษย์ศาสตร์  $3,000 ~ $3,500 ต่อเทอม (ประมาณ 110,000 - 125,000 บาท)
สาขาวิชาด้านวิทยาศาสตร์ $4,000 ~ $5,000 ต่อเทอม (ประมาณ 143,000 - 180,000 บาท)
สาขาวิชาด้านศิลปะ $4,000 ~ $5,000 ต่อเทอม (ประมาณ 143,000 - 180,000 บาท)
สาขาวิชาด้านการแพทย์ $5,000 ~ $6,000 ต่อเทอม (ประมาณ 180,000 - 214,000 บาท)
ระดับปริญญาโท
สาขาวิชาด้านมนุษย์ศาสตร์ $3,800 ~ $4,000 ต่อเทอม (ประมาณ 136,000 - 143,000 บาท)
สาขาวิชาด้านวิทยาศาสตร์ $5,000 ~ $6,000 ต่อเทอม (ประมาณ 180,000 - 214,000 บาท)
สาขาวิชาด้านศิลปะ $5,000 ~ $6,000 ต่อเทอม (ประมาณ 180,000 - 214,000 บาท)
สาขาวิชาด้านการแพทย์ $6,500 ~ $7,000 ต่อเทอม (ประมาณ 232,000 - 250,000 บาท)

ค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาอื่นๆ

ค่าสมัครเรียน $50 ~ $150 (ประมาณ 1,800 - 5,400 บาท)
ค่าเรียนภาษาเกาหลี $1,000 ~ $1,400 (ประมาณ 36,000 - 50,000 บาท) สำหรับคอร์ส 10 สัปดาห์

ค่าที่พักในหอพักมหาวิทยาลัย

ห้องละสี่คน $300 ~ $800 ต่อเทอม (ประมาณ 11,000 - 30,000 บาท)
ห้องละสองคน $600 ~ $1,000 ต่อเทอม (ประมาณ 22,000 - 36,000 บาท)
ราคาขึ้นอยู่กับว่ารวมค่าอาหารด้วยหรือไม่

ค่าอาหาร

ในกรณีที่กินอาหารในโรงอาหารของมหาวิทยาลัยเป็นหลักจะตกเดือนละประมาณ $300 (11,000 บาท)
ค่าอาหารในโรงอาหารมหาวิทยาลัยมื้อละประมาณ $2.50 ~ $3.00 (90 - 110 บาท)

ค่าประกันสุขภาพ

เดือนละประมาณ $20 (715 บาท)

ค่าเดินทาง

เดือนละประมาณ $40 (1,430 บาท)
รถไฟใต้ดินหรือรถบัสเที่ยวละ $0.90 (32 บาท) หากใช้บัตร T-Card จะลดเหลือ $0.80

ค่าอินเทอร์เน็ต

เดือนละประมาณ $40 (1,100 บาท)

ค่าเทอมของแต่ละมหาวิทยาลัยอาจจะแตกต่างไปจากนี้ ก่อนสมัครควรตรวจสอบรายละเอียดจากทางมหาวิทยาลัยอีกครั้ง


3 ทุนการศึกษาที่น่าสนใจจากเกาหลีใต้



1.ทุนการศึกษาจากรัฐบาลเกาหลีใต้


รัฐบาลเกาหลีใต้มีทุนการศึกษาเป็นจำนวนมากเพื่อรองรับนักเรียนต่างชาติที่ต้องการไปศึกษาต่อที่เกาหลีใต้ ทุนการศึกษาเหล่านี้ครอบคลุม เงินสมทบทุนการศึกษาทั้งระดับปริญญาตรีปริญญาโทและปริญญาเอก นักเรียนที่ต้องจัดหาเงินทุนการศึกษาด้วยตัวเอง ศิลปินอาชีพจากเอเชีย นักเรียนแลกเปลี่ยน รวมทั้งนักวิจัยและศาสตราจารย์ต่างชาติจากประเทศในแถบเอเชีย
ทุนการศึกษานี้พร้อมสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการศึกษาที่เกาหลีใต้ตั้งแต่ 30% ไปจนถึง 100% เลยทีเดียว บางทุนครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการเดินทางโดยเครื่องบิน คอร์สเรียนภาษา ค่าเบี้ยเลี้ยงรายเดือน เป็นต้น
ทุนการศึกษาเหล่านี้มาจากหลายกระทรวงด้วยกัน แต่การสมัครขอทุนทั้งหมดจะผ่านสถานทูตหรือสถานกงสุลเกาหลีใต้ประจำประเทศของผู้สมัคร หลังจากยื่นใบสมัครที่สถานทูตแล้ว ใบสมัครจะถูกส่งต่อไปยังกระทรวงที่เกี่ยวข้อง
ช่วงระยะเวลาในการรับสมัครมักจะเริ่มต้นในเดือนกันยายนไปจนถึงเดือนตุลาคม ผู้สมัครควรค้นหารายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับทุนที่ตัวเองต้องการเพื่อข้อมูลที่ถูกต้อง
คลิกที่นี่ เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับทุนการศึกษาจากรัฐบาลเกาหลีใต้


2.ทุนการศึกษามหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล

ทุนการศึกษานี้เป็นทุนการศึกษาสำหรับคนเกาหลีใต้ที่อาศัยอยู่ต่างประเทศและต้องการที่จะเข้าเรียนคลาสระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล จำนวนผู้ได้รับทุนการศึกษานี้ มีประมาณ 5 คน
สิทธิประโยชน์ของผู้ได้รับทุน

การยกเว้นค่าเทอมการศึกษาเต็มจำนวน เป็นเวลา 8 เทอมการศึกษา
ค่าใช้จ่ายในการเดินทางโดยเครื่องบินทั้งขาไปและกลับจากเกาหลีใต้
ค่าประกันสุขภาพ
ค่าใช้จ่ายในการเรียนภาษาเกาหลี
เงินเบี้ยเลี้ยง จำนวน 490 ปอนด์ ต่อเดือน
ผู้ที่สนใจสามารถสมัครขอรับทุนได้โดยตรงที่สถานทูตเกาหลีประจำประเทศของผู้สมัคร ทุนนี้เปิดรับสมัครในเดือนมีนาคมของทุกปี รวมทั้งสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มได้ที่ SNU’s website หรือติดต่อทางมหาลัยโดยตรง
นอกจากนี้ มหาลัยแห่งชาติโซลยังมีทุนการศึกษาจำนวนมากสำหรับโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยน หากคุณไม่ได้มีเชื้อชาติเกาหลี สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ โครงการนักเรียนแลกเปลี่ยนได้ที่นี่ 

3.ทุนการศึกษามหาวิทยาลัยคยองฮี

มหาวิทยาลัยคยองฮีมีทุนการศึกษาระดับปริญญาตรีจำนวนมากทั้งสำหรับนักศึกษาใหม่และนักศึกษาเดิมที่กำลังศึกษาอยู่ ทุนการศึกษานี้ครอบคลุมตั้งแต่ค่าธรรมเนียมการศึกษาเต็มจำนวนไปจนถึงค่าธรรมเนียมการสมัคร บางทุนการศึกษา ผู้ได้รับทุนจะได้รับสิทธิประโยชน์ต่อเนื่องโดยอัตโนมัติหากมีเกรดเฉลี่ยสะสมและสะสมจำนวนหน่วยกิตตรงตามข้อกำหนด ในขณะที่ บางทุนการศึกษา ผู้ได้รับทุนจะได้รับสิทธิประโยชน์ต่อเนื่องได้ก็ต่อเมื่อได้ทำตามขั้นตอนการสมัครขอรับทุนเพิ่มเติม
นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยนี้ยังมอบทุนการศึกษาเต็มจำนวนสำหรับผู้มีผลการเรียนภาษาเกาหลีดีเด่น หากคุณมีความสามารถพิเศษในการพูดภาษาเกาหลีและสามารถยื่นผลสอบ S-TOPIK ระดับ 6 ได้ล่ะก็ นั่นแปลว่าโอกาสดีได้มาถึงคุณแล้ว คุณสมควรอย่างยิ่งที่จะสมัครขอทุนจากมหาลัยคยองฮี!
การรับสมัครขอทุนการศึกษานี้จะรับสมัครจากผู้สมัครเข้าศึกษามหาวิทยาลัยและจะประกาศผลการขอทุนเมื่อมหาลัยประกาศผลการรับสมัคร สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม คลิกที่เว็บไซต์ของเรา!
นี่เป็นเพียงทุนการศึกษาไม่กี่ทุนที่เรานำมาแนะนำ เพื่อที่จะช่วยเป็นอีกหนึ่งแหล่งข้อมูลสำหรับผู้ที่สนใจเรื่องทุนการศึกษาจากประเทศเกาหลีใต้  หากคุณยังไม่เจอทุนการศึกษาที่เหมาะสม อย่าเพิ่งท้อแท้ หากคุณยังไม่หยุดค้นหา สักวันคุณจะต้องพบทุนการศึกษานั้นอย่างแน่นอน! 







Tutor Ferry

Author & Editor

รับสอนพิเศษที่บ้าน เรียนพิเศษตัวต่อตัวที่บ้านกับติวเตอร์คุณภาพ รับประกันผลและความพอใจ 100% เรียนก่อนจ่ายทีหลังสะดวกมั่นใจได้

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น