คุณพ่อคุณแม่จะทำอย่างไร เมื่อการสอบแข่งขันเป็นตัวกำหนดความเก่งของเด็ก

ทุกวันนี้ค่านิยมของสังคมได้นำการสอบแข่งขันเพื่อคัดเลือกมาเป็นตัวกำหนดความเก่งของเด็กแต่ละคน มีให้เห็นตั้งแต่ชั้นอนุบาลไปจนถึงมหาวิทยาลัย ยิ่งในช่วงที่ต้องสอบเข้าโรงเรียนใหม่ จนถึงสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่เด็กๆ ต้องแข่งขันกันทั้งประเทศ ซึ่งถือได้ว่าเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญในชีวิตการศึกษาเลยก็ว่าได้

เมื่อการสอบแข่งขันเป็นตัวกำหนดความเก่งของเด็ก


คุณพ่อคุณแม่จึงควรเป็นเหมือนเพื่อนผู้ให้กำลังใจและช่วยผ่อนคลายความเครียดให้กับลูก

บทความโดย ... อ.ดร.วาลุกา พลายงาม
วิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก ม.รังสิต



ปัจจุบันคุณพ่อคุณแม่ต่างก็ให้ความสำคัญต่อการศึกษาของลูกอย่างมาก เพราะคาดหวังว่าการศึกษาจะช่วยให้ลูกเติบโตเป็นคนเก่งและคนดี ประสบความสำเร็จในชีวิต มีอาชีพการงานที่ดี มีความสุขและสามารถมีชีวิตรอดในสังคมยุคนี้ที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน

ทุกวันนี้ค่านิยมของสังคมได้นำการสอบแข่งขันเพื่อคัดเลือกมาเป็นตัวกำหนดความเก่งของเด็กแต่ละคน มีให้เห็นตั้งแต่ชั้นอนุบาลไปจนถึงมหาวิทยาลัย ยิ่งในช่วงที่ต้องสอบเข้าโรงเรียนใหม่ จนถึงสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่เด็กๆ ต้องแข่งขันกันทั้งประเทศ ซึ่งถือได้ว่าเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญในชีวิตการศึกษาเลยก็ว่าได้

สำหรับในช่วงเวลาใกล้สอบเช่นนี้ ไม่ว่าลูกๆ ของคุณจะเรียนอยู่ในระดับการศึกษาใดก็ตามต่างก็คงขะมักเขม้นคร่ำเคร่งกับการอ่านหนังสือทบทวนวิชาที่เรียนมากันยกใหญ่ จนทำให้หลายคนเกิดความวุ่นวายใจ วิตกกังวล กดดัน และรู้สึกเครียด เพราะอ่านหนังสือไม่ทัน หรือมีบางวิชาที่ยากและยังไม่ค่อยเข้าใจ เนื่องจากกลัวว่าจะทำคะแนนได้ไม่ดี หรือสอบไม่ผ่าน จนอาจทำให้มีปัญหาสุขภาพทั้งกายและจิตใจตามมาในที่สุด ความเครียดเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ประสิทธิภาพของสมองและการตัดสินใจในการทำข้อสอบแย่ลง ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่คงต้องช่วยกันดูแลและไม่ควรเพิ่มความเครียดให้กับลูกด้วยการกดดันเคี่ยวเข็ญให้อ่านหนังสือมากไป ยิ่งเด็กๆ ที่มีภาระจะต้องสอบเข้าโรงเรียนใหม่โดยเฉพาะโรงเรียนดังๆ หรือนักเรียนที่ต้องเลือกเรียนในระดับมหาวิทยาลัย ยิ่งถ้าพ่อแม่กะเกณฑ์ให้เรียนในสาขา หรือสถาบันตามความต้องการของตัวเองด้วยแล้ว ก็จะยิ่งเพิ่มความเครียดให้กับลูกมากขึ้น

เมื่อเป็นเช่นนี้คุณพ่อคุณแม่จึงควรเป็นเหมือนเพื่อนผู้ให้กำลังใจและช่วยผ่อนคลายความเครียดให้กับลูก โดยให้ลูกได้ตัดสินใจเลือกเรียนในสิ่งที่ตนเองชอบ ขณะเดียวกันควรให้กำลังใจและความห่วงใย รวมถึงคอยดูแลเรื่องของสุขภาพให้กับลูก สำหรับวิธีที่จะช่วยให้ลูกมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงและสมองทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ควรเริ่มจากการรับประทานอาหารให้หลากหลายครบมื้อครบหมู่ตามหลักโภชนาการ ไม่ว่าจะเป็นโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน วิตามินและเกลือแร่ โดยเฉพาะในกลุ่มของวิตามินบี เช่น วิตามินบี6 บี12 ซึ่งมีผลต่อการทำงานของระบบประสาทและสมอง รวมถึงธาตุเหล็ก สารอาหารจำเป็นในการขนส่งออกซิเจนไปเลี้ยงสมอง เพราะธาตุเหล็กเป็นส่วนประกอบสำคัญของฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง ปัจจุบันเรายังพบอีกว่าอาหารฟังก์ชั่นเสริมสุขภาพอย่าง ซุปไก่สกัด ที่มีประวัติการบริโภคในแถบเอเชียมาอย่างยาวนาน จากการศึกษาพบว่าซุปไก่สกัดประกอบด้วยกรดอะมิโนและสารไดเปปไทด์ที่พร้อมให้ร่างกายดูดซึมไปใช้ได้ทันที อีกทั้งมีผลวิจัยทางวิทยาศาสตร์อย่างต่อเนื่องที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารทางสุขภาพ ที่แสดงให้เห็นว่าซุปไก่สกัด ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมอง มีผลช่วยให้เลือดขนส่งออกซิเจนไปเลี้ยงสมองได้ดีขึ้น จึงช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานของสมองในด้านการเรียนรู้และความจำ และทำให้รู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า ซึ่งเป็นผลมาจากการลดความเหนื่อยล้าจากการใช้สมอง นอกจากนี้ยังช่วยลดความเครียด โดยพบว่าช่วยให้มีระดับของคอร์ติซอล ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ถูกปล่อยออกมาเมื่อมีภาวะกดดัน ภาวะเครียดลดลงอีกด้วย รวมถึงประโยชน์อีกหลายด้านไม่ว่าจะเป็นการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเผาผลาญอาหารให้เป็นพลังงานและเพิ่มความสามารถในการดูดซึมของธาตุเหล็ก และช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ทำงานดีขึ้น ดังนั้นในช่วงที่สมองกำลังต้องการสารอาหารอย่างรวดเร็ว การใช้ตัวช่วยที่ร่างกายสามารถนำไปใช้งานได้ทันทีอย่างซุปไก่สกัดจึงนับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ

การนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอ เพื่อร่างกายและจิตใจจะได้สดชื่นผ่อนคลาย หมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ


อย่างไรก็ดีคุณไม่ควรละเลยดูแลสุขภาพด้านอื่นๆ ควบคู่กันไป เช่นการนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอ เพื่อร่างกายและจิตใจจะได้สดชื่นผ่อนคลาย หมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพราะเมื่อร่างกายได้เคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง จะช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อ เพิ่มการไหลเวียนเลือด ที่สำคัญควรให้ลูกฝึกนั่งสมาธิ สวดมนต์เป็นประจำ เพื่อช่วยลดความเครียด คลายความวิตกกังวล และยังเป็นการเพิ่มความสามารถในการเรียนรู้และการใช้สมองได้ดีขึ้นอีกด้วย

เมื่อความสำเร็จในชีวิตของลูกไม่ได้มีสูตรตายตัว หรือเกิดจากความสามารถเพียงชั่วข้ามคืนเท่านั้น หากยังต้องมีอีกหลายปัจจัยเข้ามาเป็นองค์ประกอบควบคู่กันไป “พ่อแม่” จึงเป็นบุคคลสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมและผลักดันให้พวกเขาลงแข่งขันในสนามสอบอย่างมั่นใจ พร้อมกับเติบโตเป็นเป็นคนเก่ง คนดี ที่มีความสุข และประสบความสำเร็จในทุกจุดหมายตามที่ตั้งใจ


... อ่านต่อที่ : https://www.dailynews.co.th/article/623609

Tutor Ferry

Author & Editor

รับสอนพิเศษที่บ้าน เรียนพิเศษตัวต่อตัวที่บ้านกับติวเตอร์คุณภาพ รับประกันผลและความพอใจ 100% เรียนก่อนจ่ายทีหลังสะดวกมั่นใจได้

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น