โรงเรียนขาดแคลนนักคอมพิวเตอร์หรือบุคลากรด้านไอที

มี 55% ที่พบว่ายังขาดแคลนนักคอมพิวเตอร์ที่จะให้ความช่วยเหลือบุคลากรในโรงเรียน และโรงเรียนที่เหลือ 45% ระบุว่าทั้งโรงเรียนมีนักคอมพิวเตอร์เพียง 1-2 คนเท่านั้น



โรงเรียนไทยขาดแคลน คนไอที



สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า (DEPA) ร่วมกับบริษัท ซีเอสเอ็น รีเสิร์ซ จำกัด เผยผลสำรวจครูวิทยาศาสตร์ทั่วประเทศ พบครู-นักเรียนมัธยมมีสมาร์ทโฟนใช้กันอย่างแพร่หลาย แต่โรงเรียนขาดแคลนนักคอมพิวเตอร์หรือบุคลากรด้านไอที ในขณะที่ครูสามารถใช้งานและสร้างสื่อและทรัพยากรดิจิทัลเองได้ แต่ยังไม่มีการแบ่งปันเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพต่อระบบการศึกษาของประเทศได้อย่างเต็มที่



โดยนายชัยณรงค์ อินทรมีทรัพย์ ประธานกรรมการ บริษัท ซีเอสเอ็น รีเสิร์ซ จำกัด เปิดเผยว่า ผลการสำรวจการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลในอุตสาหกรรมการศึกษา ประจำปี 2559 ซึ่งทำการสำรวจครูวิทยาศาสตร์ในโรงเรียนสังกัด กทม. และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จำนวน 923 โรงเรียนทั่วประเทศ พบว่า 99% ของโรงเรียนที่สำรวจมีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงใช้งาน โดยมี 35% ที่ครูมีความพึงพอใจต่อความเร็วของอินเทอร์เน็ตของโรงเรียน และ 65% ไม่พอใจ เนื่องจากความเร็วไม่เพียงพอต่อการใช้งาน

ทั้งนี้ มี 55% ที่พบว่ายังขาดแคลนนักคอมพิวเตอร์ที่จะให้ความช่วยเหลือบุคลากรในโรงเรียน และโรงเรียนที่เหลือ 45% ระบุว่าทั้งโรงเรียนมีนักคอมพิวเตอร์เพียง 1-2 คนเท่านั้น

อีกทั้งยังพบว่า 57% มีการแบ่งปันทรัพยากรดิจิทัลที่ครูสร้างขึ้นเอง โดยมีการแบ่งปันเฉพาะภายในโรงเรียนเท่านั้น ส่วนการแบ่งปันบนยูทูบมีเพียง 5%, ไม่ได้แบ่งปัน 5%, แบ่งปันบนเว็บไซต์ของหน่วยงานเอกชน 1%, บนเว็บไซต์ของหน่วยงานภาครัฐ 1% และไม่เคยสร้างเองเลย 31% ส่วนครูทุกคนสามารถเข้าถึงอุปกรณ์ไอทีได้หลายชนิด ได้แก่ สมาร์ทโฟน พีซี และโน้ตบุ๊ก ในขณะที่นักเรียนประมาณ 50% เข้าถึงได้เพียงสมาร์ทโฟนเท่านั้น

นอกจากนี้ ครูวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่ประเมินความสามารถด้านดิจิทัลของตนเองได้ในระดับค่อนข้างดี สามารถเข้าถึงและใช้งานสื่อและทรัพยากรดิจิทัลผ่านอินเทอร์เน็ตด้วยตนเองได้ แต่ยังขาดการอบรมด้านนี้อย่างเพียงพอและต่อเนื่อง ส่วนด้านการใช้สื่อและทรัพยากรดิจิทัลในการเรียนการสอน พบว่า ครูใช้สื่อดิจิทัลถึง 50% ของจำนวนคาบเรียนทั้งหมด และครู 55% สามารถสร้างสื่อดิจิทัลเอง รวมถึงแบ่งปันให้ครูคนอื่นในโรงเรียน แต่ยังขาดแพลตฟอร์มในการแบ่งปัน และคัดกรองสื่อที่มีคุณภาพอย่างเป็นระบบ

จากงานวิจัยทั้งหมดจึงพอจะสรุปได้ว่า ทางด้านกลุ่มครูมีเครื่องคอมพิวเตอร์ใช้งานเพียงพอ ทรัพยากรดิจิทัลที่ครูใช้อย่างมาก ได้แก่ ยูทูบ ไมโครซอฟท์ออฟฟิศ รวมถึงสื่อจากเว็บไซต์ของ สพฐ. และสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ด้านความรู้ด้านไอทีของครูค่อนข้างดี แต่ยังขาดการอบรมที่เพียงพอและสม่ำเสมอ ควรส่งเสริมให้มีการอบรมออนไลน์ หรือจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการที่โรงเรียนโดยวิทยากรผ่านระบบออนไลน์

อีกทั้งยังพบว่า ครูมีการสร้างทรัพยากรดิจิทัลด้วยตนเอง แต่ขาดระบบการแบ่งปันทรัพยากรดิจิทัลเพื่อการเรียนการสอน ควรมีการพัฒนาระบบคลังทรัพยากรดิจิทัลสำหรับการแบ่งปัน และมีการตรวจสอบคุณภาพทรัพยากรดิจิทัลอย่างเป็นระบบ ขณะที่การติดตามการอบรมครูยังคงมีการใช้เอกสารเป็นหลัก ซึ่งควรมีการเปลี่ยนมาเป็นดิจิทัลที่สามารถนำไปให้วิเคราะห์เพื่อการพัฒนาต่อไปได้

ด้านกลุ่มนักเรียน นักเรียนมัธยมมีโทรศัพท์เคลื่อนที่ใช้งานมาก แต่นักเรียนประถมยังขาดแคลนเครื่องคอมพิวเตอร์ ด้านบุคลากร โรงเรียนขาดแคลนบุคลากรด้านไอที ควรมีมาตรการส่งเสริม

อย่างไรก็ตาม สุดท้ายที่เป็นพื้นฐานของเทคโนโลยีคือความเสถียรของสัญญาณอินเทอร์เน็ตของโรงเรียนที่จะต้องหาวิธีแก้ไขเพื่อให้ครูและนักเรียนสามารถใช้งานได้โดยไม่ติดขัด อันจะเป็นการส่งเสริมการใช้งานด้านดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย

นางกษิติธร ภูภราดัย รองผู้อำนวยการกลุ่มยุทธศาสตร์และบริหาร สำนักงานดีป้า กล่าวว่า ในฐานะหน่วยงานที่มีบทบาทในการส่งเสริมอุตสาหกรรมดิจิทัลและการนำดิจิทัลไปใช้เพื่อศักภาพทางเศรษฐกิจและสังคม จึงเร่งดำเนินการโครงการด้านสังคมเพื่อสร้างกำลังคนด้านดิจิทัลสู่ภาคส่วนต่างๆ รวมถึงภาคการศึกษาด้วย โดยจะมีความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เช่น กระทรวงศึกษาธิการ และภาคเอกชน เพื่อให้มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในวงกว้างและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการใช้สื่อดิจิทัลให้เป็นประโยชน์ต่อภาคการศึกษาต่อไป.









Tutor Ferry

Author & Editor

รับสอนพิเศษที่บ้าน เรียนพิเศษตัวต่อตัวที่บ้านกับติวเตอร์คุณภาพ รับประกันผลและความพอใจ 100% เรียนก่อนจ่ายทีหลังสะดวกมั่นใจได้

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น