TUTOR FERRY · บทความ
26 มิถุนายน วันสุนทรภู่ มาทำความรู้จักพระสุนทรโวหาร (ภู่) และมาฝึกแต่งบทร้อยกรองกัน
ประวัติสุนทรภู่
พระสุนทรโวหาร นามเดิม ภู่ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า สุนทรภู่ (26 มิถุนายน พ.ศ. 2329 - พ.ศ. 2398) เป็นอาลักษณ์ชาวไทยที่มีชื่อเสียงเชิงกวี
ได้รับยกย่องเป็น เชกสเปียร์แห่งประเทศไทย เกิดหลังจากตั้งกรุงรัตนโกสินทร์ได้ 4 ปี และได้เข้ารับราชการเป็นอาลักษณ์ราชสำนักในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่อสิ้นรัชกาลได้ออกบวชเป็นเวลาร่วม 20 ปี ก่อนจะกลับเข้ารับราชการอีกครั้งในปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยเป็นอาลักษณ์ในสมเด็จเจ้าฟ้าจุฑามณี กรมขุนอิศเรศรังสรรค์ ในสมัยรัชกาลที่ 4 ได้เลื่อนตำแหน่งเป็น พระสุนทรโวหาร เจ้ากรมอาลักษณ์ฝ่ายพระราชวังบวร ซึ่งเป็นตำแหน่งราชการสุดท้ายก่อนสิ้นชีวิตสุนทรภู่เป็นกวีที่มีความชำนาญทางด้านกลอน ได้สร้างขนบการประพันธ์กลอนนิทานและกลอนนิราศขึ้นใหม่จนกลายเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวางสืบเนื่องมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน ผลงานที่มีชื่อเสียงของสุนทรภู่มีมากมายหลายเรื่อง เช่น นิราศภูเขาทอง นิราศสุพรรณ เพลงยาวถวายโอวาท กาพย์พระไชยสุริยา และ พระอภัยมณี เป็นต้น โดยเฉพาะเรื่อง พระอภัยมณี ได้รับยกย่องจากวรรณคดีสโมสรว่าเป็นยอดของวรรณคดีประเภทกลอนนิทาน และเป็นผลงานที่แสดงถึงทักษะ ความรู้ และทัศนะของสุนทรภู่อย่างมากที่สุด งานประพันธ์หลายชิ้นของสุนทรภู่ได้รับเลือกให้เป็นส่วนหนึ่งในหลักสูตรการเรียนการสอนนับแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน เช่น กาพย์พระไชยสุริยา นิราศพระบาท และอีกหลาย ๆ เรื่อง
ปี พ.ศ. 2529 ในโอกาสครบรอบ 200 ปีชาตกาล สุนทรภู่ได้รับยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกด้านงานวรรณกรรม ผลงานของสุนทรภู่ยังเป็นที่นิยมในสังคมไทยอย่างต่อเนื่องตลอดมาไม่ขาดสาย และมีการนำไปดัดแปลงเป็นสื่อต่าง ๆ เช่น หนังสือการ์ตูน ภาพยนตร์ เพลง รวมถึงละคร มีการก่อสร้างอนุสาวรีย์สุนทรภู่ไว้ที่ตำบลกร่ำ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง บ้านเกิดของบิดาของสุนทรภู่ และเป็นที่กำเนิดผลงานนิราศเรื่องแรกของท่านคือ นิราศเมืองแกลง นอกจากนี้ยังมีอนุสาวรีย์แห่งอื่น ๆ อีก เช่น ที่วัดศรีสุดาราม ที่จังหวัดเพชรบุรี และจังหวัดนครปฐม วันเกิดของสุนทรภู่คือวันที่ 26 มิถุนายนของทุกปี ถือเป็น วันสุนทรภู่ ซึ่งเป็นวันสำคัญด้านวรรณกรรมของไทย มีการจัดกิจกรรมเชิดชูเกียรติคุณและส่งเสริมศิลปะการประพันธ์บทกวีจากองค์กรต่าง ๆ โดยทั่วไป
ปี พ.ศ. 2529 ในโอกาสครบรอบวันเกิด 200 ปีของสุนทรภู่ องค์การยูเนสโกได้ประกาศให้สุนทรภู่ เป็นบุคคลสำคัญของโลกทางด้านวรรณกรรม นับเป็นชาวไทยคนที่ 5 และเป็นสามัญชนชาวไทยคนแรกที่ได้รับเกียรตินี้ ในปีนั้น สมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์จึงได้จัดพิมพ์เผยแพร่หนังสือ "อนุสรณ์สุนทรภู่ 200 ปี" และมีการจัดตั้งสถาบันสุนทรภู่ขึ้นเพื่อส่งเสริมกิจกรรมเกี่ยวกับการเผยแพร่ชีวิตและผลงานของสุนทรภู่ให้เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น
ฝึกแต่งบทร้อยกรอง
แนวคิดทั่วไปเกี่ยวกับบทร้อยกรอง
บทร้อยกรองต่างจากบทร้อยแก้วคือ บทร้อยแก้วอาจแต่งให้จบด้วยถ้อยคำมากน้อยเท่าใดหรือสั้นยาวอย่างไรก็ได้สุดแท้แต่ความพอใจของผู้ประพันธ์ไม่เหมือนกับบทร้อยกรองต้องแต่งให้จบอย่างน้อยหนึ่งบท ตามแบบแผนข้อบังคับที่กำหนดไว้แต่ละชนิดของบทร้อยกรองนั้น ๆความรู้เกี่ยวกับโคลง
เชื่อกันว่าโคลงเป็นบทร้อยกรองที่เก่าแก่ที่สุดของไทย สันนิษฐานว่าเป็นของทางภาคเหนือ ดังปรากฏในหนังสือนิราศหริภุญชัย ซึ่งแต่งเป็นโคลงลาวราวสมัยพระเจ้าปราสาททองซึ่งเป็นหนังสือโคลงเล่มแรก วรรณ-คดีที่เป็นแบบฉบับในการประพันธ์คำโคลง คือ กำสรวลโคลงดั้น โคลงทวาทศมาส ลิลิตยวนพ่าย ลิลิตพระลอ ลิลิตนิทราชาคริต นิราศนรินทร์ ลิลิตตะเลงพ่าย โคลงโลกนิติ เป็นต้น
โคลงมี ๒ ชนิดคือ โคลงสุภาพและโคลงดั้น
โคลงสุภาพ
ได้แก่โคลงที่ใช้คำที่มีวรรณยุกต์ เอก โท ตามแบบแผนที่กำหนดไว้ที่เรียกว่า “สุภาพ” เพราะแผนบังคับไว้ว่า เมื่ออ่านทำนองก็สุภาพเรียบ ๆ ผิดกับโคลงดั้น การใช้โคลงสุภาพนั้น โคลงสองและสาม แต่งเข้าลิลิต (คือร้อยโคลง) ส่วนโคลงสี่แต่งโดดได้แผนผังโคลงสี่สุภาพ
โคลงสี่สุภาพหนึ่งบทมี ๔ บาท บาทแรกมี ๗ คำ มีคำสร้อยได้อีก ๒ คำ บาทสองมี ๗ คำ บาทสามมี ๗ คำ มีสร้อยได้อีก ๒ คำ บาทสี่มี ๙ คำ (บางครั้งจะเพิ่มสร้อยอีก ๒ คำ)
การส่งสัมผัสระหว่างบทในเมื่อต้องการจะร้อยโคลง คำสุดท้ายของบาทที่สี่จะส่งสัมผัสไปยังคำที่ ๑ หรือ ๒ หรือ ๓ ของบทต่อไป หากไม่ต้องการร้อยโคลงก็ไม่ต้องส่งสัมผัส
พลอยพล้ำเพลียกถ้าท่านในรณ
บัดราชฟาดแสงพล - พ่ายฟ้อน
พระเดชพระแสดงดลเผด็จคู่ เข็ญแฮ
ถนัดพระอังสาข้อนขาดด้าวโดยขวา
อุรารานร้าวแยกยลสยบ
เอนพระองค์ลงทบท่าวดิ้น
เหนือคอคชซอนซบสังเวช
วายชิวาตม์สุดสิ้นสู่ฟ้าเสวยสวรรค์
(ลิลิตตะเลงพ่าย)
การกำหนดความไพเราะของโคลงมีดังต่อไปนี้
๑. คำท้ายวรรค นิยม “คำเป็น” ยิ่งคำท้ายบท คำที่เก้าของบาทที่สี่ ด้วยแล้วกล่าวได้ว่าบังคับให้เป็น “คำเป็น”และเสียงสูงได้ดียิ่งดี ทั้งนี้ยกเว้นคำท้ายวรรคหลังบาทที่สาม เพราะเป็นที่บังคับเอก มักลงท้ายด้วยคำตาย (แทนเอกได้)
๒. คำท้ายวรรคที่ส่งและรับสัมผัสกันเป็น ๒ ทอด คือ คำท้ายวรรคหลังบาทที่หนึ่ง คำท้ายวรรคหนึ่ง (คำที่ห้า) บาทที่สองและที่สาม นิยมให้เป็นเสียงสูง ๒ แห่ง คำท้ายวรรคหลังบาทที่หนึ่ง (คำที่เจ็ด) ซึ่งเป็นคำส่งสัมผัสแห่งหนึ่งและคำท้ายวรรคหน้าบาทที่หนึ่ง หรือที่สาม ซึ่งเป็นคำรับสัมผัสอีกแห่งหนึ่ง
๓. คำท้ายวรรคดังกล่าวในข้อ ๒ นิยมให้เป็นคำตาย ในกรณีที่ต้องการความห้าวหาญเด็ดเดี่ยวเอาจริงเอาจัง เช่น การพรรณนาในการต่อสู้ เป็นต้น
๔. สัมผัสในโคลงนิยมสัมผัสอักษร หรือสัมผัสพยัญชนะเป็นสำคัญ สัมผัสสระเป็นสัมผัสประกอบ สัมผัสอักษรในโคลงนั้นถือว่า มีมากเท่าไรยิ่งดี อย่างโคลงสี่สุภาพ กวีพยายามแต่งให้มีสัมผัสอักษรทั้งบาท ถือว่าไพเราะยิ่ง แต่โดยมากมักทำเช่นนี้ไม่ได้เสมอไป จึงเพียงแต่พยายามให้มีมากไว้เป็นใช้ได้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง โคลงสี่นิยมให้มีสัมผัส อักษรข้ามวรรคระหว่างวรรคหน้าและวรรคหลังของสี่บาท
๕. โคลงสี่สุภาพ นิยมความไพเราะพิเศษ โดยการย้ำคำ กล่าวคือใช้คำเดียวกันเป็นคำท้ายวรรคหน้า และคำที่สองวรรคหลังบาทที่สี่
๖. ในการแต่งโคลงทั้งหลายถือว่าถ้าใช้คำที่มีวรรณยุกต์เอกกำกับ ในที่บังคับเอกได้ทุกแห่งเป็นดี นับเป็นโคลงแบบทีเดียว
๗. สำหรับการแต่งโคลงนั้นนิยมโวหารความเปรียบมาก โดยเฉพาะโคลงสี่แล้วนิยมอย่างยิ่ง โวหารความเปรียบนี้มีอยู่ ๒ อย่างคือ โลดโผนและลึกซึ้ง สมัยก่อนนิยมทั้งสองอย่าง แต่ปัจจุบันนิยมแบบลึกซึ้งอย่างเดียว อนึ่ง การยกเอาเรื่องราวหรือตัวละครในวรรณคดีเรื่องต่าง ๆ มาเปรียบเทียบก็เป็นที่นิยมกันมิใช่น้อย
๘. โคลงสี่สุภาพนั้นนิยมแต่งเป็นโคลงกระทู้ด้วย การแต่งโคลงแบบนี้จะต้องตั้งกระทู้ขึ้นก่อน จะเป็นกระทู้ ๑ คำ ๒ คำ ๓ คำ หรือ ๔ คำ ก็ได้ แต่มักเป็นกระทู้ ๑ คำ และ ๒ คำ เกือบทั้งหมด กระทู้ ๓ คำ และ ๔ คำ หายาก กระทู้นั้นส่วนใหญ่มีความหมาย แต่บางทีกระทู้ไม่มีความหมายและบางคราวก็นิยมกระทู้ย้ำคำธรรมดา การแต่งโคลงกระทู้นั้นถือว่าแต่งได้ความตามกระทู้เป็นดี เว้นแต่กระทู้ไม่มีความหมายเท่านั้นที่ผู้แต่งคิดได้ตามใจชอบ
๙. โคลงที่ดีจะต้องมีสัมผัสใน ชนิดสัมผัสสระไม่เกินวรรคละ ๑ แห่ง และสำหรับโคลงสี่จะต้องมีไม่เกินบาทละ ๑ แห่ง ถ้าโคลงบทใดมีเกินถือว่าขาดความไพเราะ
๑๐. โคลงที่ดีจะต้องไม่มีคำวรรณยุกต์กำกับฟุ่มเฟือยในที่ที่ไม่บังคับ เอก โท และที่ที่ไม่บังคับเอก โท นั้น หากเป็นที่ส่งหรือรับสัมผัสกันตามแผนผังบังคับด้วย ยิ่งจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงการใช้คำมีวรรณยุกต์กำกับให้ได้ มิฉะนั้นถือว่าขาดรสไพเราะ
ตัวอย่างโคลงกระทู้
โคลงกระทู้ที่ใช้คำต่างกัน
รูปชั่วแต่ชอบแล้วใดปาน
รสรักผักว่าหวานหล่นต้ม
กลิ่นอบจบดินดานบ่ดุจ เจ้านา
เสียงก็จับใจล้มโลกแล้วฤามี
(โลกนิติคำโคลง)
โคลงกระทู้ที่ใช้คำเดียวกัน
คุณแม่หนาหนักเพี้ยงพสุธา
คุณบิดรดุจอา-กาศกว้าง
คุณพี่พ่างสิขราเมรุมาศ
คุณพระอาจารย์อ้างอาจสู้สาคร
(โลกนิติคำโคลง)
โคลงกระทู้คำที่ไม่มีความหมาย
โกมลเดียรดาษพื้นสินธู
วาฬุกาประดับดูดั่งแก้ว
ปารังระบัดปูปุยนุ่น เปรียบฤา
เปิดจอกกระจับแผ้วผ่องน้ำเห็นปลา
(โลกนิติคำโคลง)
โคลงกระทู้คู่
เพื่อนกินสิ้นทรัพย์แล้วแหนงหนี
หาง่ายหลายหมื่นมีมากได้
เพื่อนตายถ่ายแทนชีว-วาอาตม์
หายากฝากผีไข้ยากแท้จักหา
(โลกนิติคำโคลง)
โคลงกระทู้สาม
ไป่เห็นน้ำหน้าด่วนชวนกัน
ตัดกระบอกแบ่งปันส่วนไซร้
ไป่เห็นรอกอวดขันมือแม่น
ขึ้นน่าไม้ไว้ให้หย่อนแท้เสียสาย
(โลกนิติคำโคลง)
โคลงกระทู้สี่
ฝนตกแดดออก จ้าแจ่มแสง
นกกระจอกเข้ารัง แฝงฟุบเร้น
แม่หม้ายใส่เสื้อ แดงดูฉาด
เอาเสื่อคลุมหลัง เต้นไต่เต้าตามทาง
(โลกนิติคำโคลง)
วางแผนการเรียนกับ Tutor Ferry
แจ้งระดับชั้น หัวข้อที่อยากทบทวน และพื้นที่เรียน เพื่อให้ทีมงานช่วยประสานติวเตอร์


