เป้าหมายคือการเป็นนักบิน จากผู้ที่ไม่เคยมีความฝันจะเป็นนักบินมาก่อน

17 พ.ค. 2562

เป้าหมายคือการเป็นนักบิน จากผู้ที่ไม่เคยมีความฝันจะเป็นนักบินมาก่อน

ผมเป็นคนหนึ่ง ที่ไม่เคยมีความฝันจะเป็นนักบินตั้งแต่เด็กเหมือนหลาย ๆ คน แถมยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอาชีพนี้คืออะไร ต้องทำอะไรบ้าง เนื่องจากคนรอบตัวไม่มีใครพูดถึงหรือทำงานทางด้านนี้เลย ทำให้ในหัวไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพนี้เลยแม้แต่น้อย

เป้าหมายคือการเป็นนักบิน จากผู้ที่ไม่เคยมีความฝันจะเป็นนักบินมาก่อน

เรื่องราวการสอบ Student Pilot

ของคนที่ไม่เคยรู้เรื่องการเป็นนักบินมาก่อน

ผมเป็นคนหนึ่ง ที่ไม่เคยมีความฝันจะเป็นนักบินตั้งแต่เด็กเหมือนหลาย ๆ คน แถมยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอาชีพนี้คืออะไร ต้องทำอะไรบ้าง เนื่องจากคนรอบตัวไม่มีใครพูดถึงหรือทำงานทางด้านนี้เลย ทำให้ในหัวไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพนี้เลยแม้แต่น้อย

ตั้งแต่เด็กผมก็ไม่ได้เป็นคนเรียนดีสักเท่าไหร่ จบมัธยมปลายสาย ศิลป์-คำนวณ มาได้ด้วยเกรดเกือบ 3 และเข้าเรียนมหาวิทยาลัยในคณะที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ จบมาก็ได้เข้าทำงานบริษัทไอทีชื่อดัง ชีวิตก็ดูเป็นไปตามที่คาด ได้ทำงานในสายที่ตรงกับที่เรียนมา บริษัทก็มีชื่อเสียง แต่แล้ว

วันหนึ่ง พี่ในทีมก็ลาออก…

พี่ในทีมลาออก ก็ฟังดูเป็นเรื่องปกติใช่ไหมครับ แต่นี่แหละคือจุดเริ่มต้นที่แท้จริงของการเข้ามาสอบเป็น Student Pilot ของผม

พอมีคนในทีมลาออก ก็เป็นธรรมดาของเพื่อนร่วมงาน ที่จะไถ่ถามว่า ออกไปไหน ทำอะไร ยังไง พี่เค้าก็ให้ผมทาย
ทำงานในโรงงาน? … ไม่ใช่
ทำงานในออฟฟิศ? … ไม่ใช่
ทำงานต่างจังหวัด? … ไม่ใช่

ผมก็เริ่มสงสัยแล้วสิครับ ออกไปทำงานอะไรเนี่ย จนทายไปทายมา พี่เขาก็เฉลยครับ

“นักบิน”

หลังจากได้ยินแบบนั้น คำถามก็ผุดขึ้นมาเต็มหัวเลยครับ ฮะ? นักบิน? คืออะไร ทำงานอะไร สอบยังไง บลา ๆ ด้วยความอยากรู้ ก็ต้องไปหาคำตอบสิครับ ผมก็เริ่มเสิร์ชหาข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพนักบิน ด้วยความที่มี Google เป็นเพื่อนซี้อยู่แล้ว

Student Pilot?

เมื่อศึกษาหาข้อมูลไปเรื่อย ๆ ก็ทำให้เริ่มรู้จักกับสิ่งที่เรียกว่า “Student Pilot” หรือ “ศิษย์การบิน” ซึ่งหมายถึงคนที่สอบผ่านการสอบแข่งขันของสายการบินต่าง ๆ ที่เปิดรับ และจะต้องไปเรียนที่โรงเรียนการบินอีกประมาณ 1 ปี และที่สำคัญคือ มีการันตีจากทางสายการบินว่าเรียนจบจากโรงเรียนการบินมาแล้ว จะได้ทำงานกับสายการบินนั้น ๆ อย่างแน่นอน

หลังจากนั้นไม่นาน สายการบินหางเหลืองก็เปิดสอบ Student Pilot ครั้งแรกตอนปลายปี 2016 พี่ที่ทำงานอีกคน ก็ชวนผมไปสอบครับ ซึ่งตอนนั้นยอมรับว่า จากข้อมูลที่หามา ก็ยังงง ๆ อยู่ แล้วก็ยังไม่ได้มีความคิดที่อยากจะไปสอบเท่าไร ผมก็ดู Qualifications ต่าง ๆ เออ… เราก็สอบได้นี่หว่า แล้วสุดท้ายมาตายตรง “ค่าสอบ 1,000 บาท” ครับ ใช่ครับ พอผมเห็นค่าสอบ 1,000 บาท ผมก็เริ่มชั่งใจแล้วครับ ค่าสอบตั้งพันนึงแน่ะ บวกกับความรู้สึกที่ไม่ได้อยากสอบ ผมเลยไม่ได้สมัครสอบไปครับ (แล้วก็มาเสียดายเอาตอนหลัง​)

สอบครั้งแรก

จากที่พลาดการสอบ Student Pilot ของสายการบินหางเหลืองไป หลังจากนั้นไม่นาน สายการบินหางม่วงก็เปิดสอบครับ และพี่คนเดิมก็ชวนผมไปสอบอีกครั้ง คราวนี้ผมก็ตกลงไปสอบด้วยครับ (ประมาณว่า เอาวะ… ไหน ๆ ก็ลองสักครั้ง) หลังจากนั้นผมก็เริ่มหาข้อมูลการสอบ ว่าสอบอะไรยังไงบ้าง ช่วงว่าง ๆ ก็มีการอ่านหนังสือบ้าง แต่ก็นิดเดียวจริง ๆ ครับ เพราะยังไม่ได้จริงจังเท่าไหร่

เนื่องจากผมจบสาย ศิลป์-คำนวณ มา ประกอบกับตอนเรียนมหาวิทยาลัยก็ไม่ได้มีวิชาเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์เลย (ถึงแม้จะเป็นคณะเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ก็เถอะ) ความรู้ฟิสิกส์ผมจึงแทบจะเป็น 0 ครับ ความรู้คณิตศาสตร์ก็แทบไม่เหลือแล้ว เพราะไม่ได้ใช้เลย ผมใช้เวลาเตรียมตัวช่วงก่อนสอบไม่นานครับ ด้วยความคิดที่ว่า “แค่นี้แหละ คงพอแล้ว” ผมใช้เวลาส่วนใหญ่ในการเตรียมตัวไปกับการทำ Aptitude Tests อ่านข้อมูลข่าวสารทั่วไป และหาข้อมูลรอบสัมภาษณ์ + รอบหลัง ๆ ต่อ ครับ เพราะสำหรับผมแล้ว มันสนุกกว่าการอ่านหนังสือวิชาการเป็นไหน ๆ 5555 ทำให้พอถึงวันสอบ ฟิสิกส์ผมยังอ่านไม่จบของ ม.4 เลยครับ แต่ก็ยังไปสอบด้วยความมั่นใจเล็ก ๆ ว่า แค่นี้แหละ คงผ่านแล้ว Aptitude Tests จากที่ลองทำก็ดูใช้ได้อยู่ (หลงตัวเองสุด ๆ)

พอถึงวันสอบ ก็เดินเข้าไปสอบอย่างมั่นใจว่า ตัวเองน่าจะทำได้ดีในระดับหนึ่ง แต่สุดท้ายก็ทำข้อสอบในพาร์ท Basic Knowledge ไปได้ไม่ถึงครึ่ง ซึ่งจากในข้อที่ทำไป ก็มีเดาไปหลายข้อ ถึงแม้ว่าจะได้ยินมาว่าคิด Accuracy บ้าง กาผิดติดลบบ้าง ก็ไม่สนใจครับ เอาจำนวนไว้ก่อน 5555 (คิดผิดอีกแล้ว) ส่วน Aptitude Tests ด้วยความที่เราฝึกมานิดหน่อย (อย่างน้อยก็มากกว่าฝึกทำข้อสอบ ฟิสิกส์-คณิตศาสตร์) ก็เลยคิดว่าทำไปได้ในระดับหนึ่ง (ไปเอาความมั่นใจผิด ๆ นี้มาจากไหน !)


ชุดไฟล์เตรียมสอบ Student Pilot

ประกาศผล

มาถึงวันที่ทุกคนรอคอย นั่นก็คือ วันประกาศผลสอบนั่นเองครับ วันนั้นผมก็ไม่ได้ตื่นเต้นอะไรมาก บวกกับความมั่นใจเล็ก ๆ ที่ยังหิ้วมาด้วยหลังสอบเสร็จ ทำให้คิดว่าคงผ่านแหละ

พอถึงเวลาผลออก ผมก็เริ่มหน้าเสียแล้วครับ กรอกไปแล้วมันไม่ขึ้นว่าผ่านแฮะ แล้วเนื่องจากเว็บประกาศผลสอบ กรอกเลขผิด กับกรอกถูกแต่ไม่ผ่าน มันจะแสดงผลเหมือนกันครับ พอเป็นเช่นนั้นผมก็บอกกับตัวเองว่า “กรอกผิดแน่ ๆ” “ยัง Upload ไม่ครบหรือเปล่าหว่า” และอื่น ๆ อีกมากมาย ที่เป็นเหตุผลให้ตัวเองผ่าน

แต่สุดท้าย ผมก็ไม่ผ่านจริง ๆ ครับ พอได้ยินเรื่องจำนวนคนผ่านรอบแรกว่าประมาณ 1 ใน 3 ทำให้ผมต้องมานั่งประเมินตัวเองว่า แค่ 1 ใน 3 เรายังไม่รอดเลย จะเอาอะไรไปสู้คนอื่นเค้าได้ล่ะ ความมั่นใจเล็ก ๆ ที่เคยมีมาทั้งหมด มันสูญหายไปหมดเลยครับ

เฉื่อยชา

หลังจากตกรอบแรกของการสอบ Student Pilot ของการบินไทยปี 2017 ซึ่งเป็นครั้งแรกในชีวิต ก็เริ่มกลับมาสู่ชีวิตการทำงานปกติ หนังสือที่เคยอ่าน (ไปนิดเดียว) ช่วงสอบการบินไทย ก็ถูกพักเอาไว้เท่านั้น วัน ๆ หลังจากเลิกงาน ก็นัดเจอเพื่อนฝูง หรือกลับมาเล่นเกมตามปกติ แทบไม่ได้ยุ่งหรือเตรียมตัวเกี่ยวกับการสอบ Student Pilot เลยครับ

โอกาสมา แต่ไม่คว้าไว้

หลังจากนั้น ช่วงกลาง-ปลายปี 2017 ก็มีอีก 2 สายการบินที่เปิดรับสมัคร Student Pilot ซึ่งก็คือ Thai AirAsia และ Thai Lion Air โดยผมก็ไม่พลาดที่จะสมัครไป แต่ก็ยังไม่ยอมอ่านหนังสือไปสอบอยู่ดี ทำให้ไปสอบแบบไม่มีความรู้ แล้วก็ตามคาดครับ ผมตกรอบแรกของทั้ง 2 สายการบินไปตามระเบียบ

ชีวิตช่วงนั้นก็ดำเนินไปเรื่อย ๆ แบบไม่ได้มีเป้าหมายชีวิตที่ชัดเจนนัก จะมีก็คือคุณพ่อคุณแม่ ที่ท่านอยากให้ผมเรียนต่อปริญญาโท (MBA) ซึ่งส่วนตัวผมเองก็ไม่ได้อยากเรียนเท่าไรนัก บวกกับใจที่ยังอยากสอบ Student Pilot ต่ออยู่ กลัวไปเรียนแล้วทำให้ไม่มีเวลาอ่านหนังสือ (พูดเหมือนไม่เรียนแล้วจะอ่าน ฮ่า ๆ) ก็เลยยังไม่ได้ตกลงที่จะสอบเพื่อเรียนปริญญาโทเช่นกัน





เป้าหมายใหม่

ผมลองกลับมานั่งคิดกับตัวเองเรื่องการสอบ Student Pilot อีกครั้ง หลังจากที่สอบตกรอบแรกมา 3 สายการบินภายในไม่ถึงปี ว่าจริง ๆ แล้วผมต้องการอะไร ผมสอบไปทำไม ผมอยากเป็นนักบินจริง ๆ หรือเปล่า ก็เลยทำให้ผมเริ่มหาแรงบันดาลใจ และศึกษารายละเอียดต่าง ๆ ของอาชีพนี้ให้มากขึ้น

พอผมมั่นใจแล้วว่า อาชีพนี้แหละคืออาชีพที่ผมอยากทำ ผมก็เริ่มตั้งเป้าหมายชีวิตใหม่ให้กับตัวเอง นั่นก็คือการเป็นนักบินให้ได้

ปีใหม่ คนใหม่

ผมเป็นพวกที่ว่า ถ้าอยากจะทำอะไรแล้ว ต้องไปให้สุดให้ได้ ดังนั้นแน่นอนว่าเมื่อผมมีเป้าหมายที่แน่วแน่แล้ว ว่าจะเป็นนักบินให้ได้ ผมก็ต้องทำมันให้สำเร็จให้ได้

ขึ้นปีใหม่ 2018 ผมก็เลยเปลี่ยนตัวเอง และมุ่งหน้าทำเป้าหมายนี้อย่างเต็มนี้ ผมเลิกเล่นเกมทุกชนิด เลิกเที่ยวเรื่อยเปื่อยตามประสาวัยรุ่น งานเลี้ยงงานรา งานเข้าสังคม ถ้าไม่จำเป็นผมก็ไม่ไปเลย (จนแทบไม่ได้เจอหน้าเพื่อน 555) ผมใช้เวลาว่างหลังเลิกงานทุกวันในการอ่านหนังสือสอบ ตั้งแต่หัวค่ำจนข้ามไปอีกวัน วันเสาร์-อาทิตย์ อาจจะมีออกจากบ้านสักวัน แล้วก็จะใช้เวลาที่เหลือมาอ่านหนังสือต่อ ซึ่งก็มีแอบงีบหลับบ้าง หรือบางวันเผลอหลับไป ตื่นอีกทีเช้า ไม่ได้อ่าน ก็มีครับ แต่ผมก็ยังมีความเชื่อว่า ยังไงมันก็ยังดีกว่าที่เราอยู่เฉย ๆ ไม่ทำอะไรแน่นอน

เนื่องจากตอนมัธยมผมจบสาย ศิลป์-คำนวณ มา และช่วงเรียนมหาวิทยาลัยก็ไม่ได้มีวิชาที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์เลย ผมเลย Focus การอ่านหนังสือไปที่ ฟิสิกส์ และ คณิตศาสตร์ ล้วน ๆ เลยครับ ผมทยอยซื้อหนังสือของสองวิชานี้อยู่เรื่อย ๆ จากเดิมที่ไม่มีสักเล่ม จนตอนนี้นับรวมกันกว่า 10 เล่มแล้ว ถึงทุกเล่มจะไม่ได้อ่านครบทุกบท ทุกหน้า แต่ผมก็พยายามจะดึงข้อดีของแต่ละเล่มมารวมกัน แล้วสรุปเป็นความเข้าใจของตนเองเสมอ

โอกาสแรกของปี 2018

ช่วงเดือนพฤษภาคม 2018 โอกาสแรกของผู้ที่รอสอบเป็นศิษย์การบินก็มาถึงครับ นั่นก็คือการสอบเป็นศิษย์การบินของ Bangkok Airways ครับ การสอบครั้งนี้ผมตั้งใจมาก และก็ตั้งความหวังกับตัวเองไว้สูงพอสมควร ว่าสิ่งที่เราพยายามมาทั้งหมด มันจะต้องได้ผลบ้าง

และแล้ววันสอบก็มาถึงครับ ผมก็ตื่นแต่เช้า (มาก) อาบน้ำ กินข้าว แต่งตัวอย่างเรียบร้อยที่สุด และมาถึงสถานที่สอบตั้งแต่ยังไม่เปิดเลยครับ มานั่งทวนความรู้ทั่วไปอีกเล็กน้อย รอเรียกเข้าห้องสอบครับ

ข้อสอบรอบนี้ก็มีด้วยกัน 5 วิชาย่อยครับ

  1. คณิตศาสตร์/ฟิสิกส์ สองวิชานี้ออกมาค่อนข้างยากเลยครับ (สำหรับผม) ซึ่งความรู้ที่ผมเตรียมมานั้นยังไม่เพียงพอที่จะทำโจทย์ได้เท่าที่ควร บางบทที่ไม่ได้อ่านมา (อ่านไม่ทัน) แล้วก็ไม่คิดว่าจะออก ก็ดันออกมาซะเยอะเลยครับ ทำให้กาไปได้ไม่เยอะเท่าไร
  2. ภาษาอังกฤษ วิชานี้ของที่นี่ค่อนข้างยากเลยครับ เลย TOEIC ไประดับหนึ่งเลย
  3. Aptitude Tests สำหรับสายการบินนี้ ข้อสอบ Aptitude Tests จะเป็นคนละแนวกับที่อื่นเลยครับ ซึ่งผมก็ทำไปได้ประมาณนึงครับ แต่ก็มีหลายข้อที่ทำไม่ทัน เนื่องจากเวลากระชั้นชิดมากครับ
  4. Personality Tests สายการบินนี้จะมี Personality Tests มาให้ทำตั้งแต่รอบแรกเลยครับ ซึ่งก็ไม่เหมือนสายอื่นอีกเช่นเคย ซึ่งเท่าที่ทราบคือทางสายการบินจะให้ความสำคัญกับตรงนี้มากพอสมควรเลยครับ
โดยรวมข้อสอบรอบนี้ยากพอสมควรเลยสำหรับผม และผลประกาศออกมาก็ไม่ผิดคาด ผมไม่ผ่านรอบแรกของ SP Bangkok Airways 2018 ครับ และมันก็ทำให้ผมรู้ตัวว่า ความรู้ที่ผมเตรียมมานั้นยังไม่พอ ทำให้ผมกลับไปนั่งเตรียมตัวเพิ่ม ทั้งในเรื่องที่ยังไม่ได้อ่าน และเรื่องที่อ่านแล้วแต่ยังไม่แม่น แล้วก็ฝึกทำข้อสอบมากขึ้น เพื่อเตรียมรับมือกับงานใหญ่ครั้งหน้าที่กำลังจะมาถึงครับ…


ขอบคุณเรื่องราวจาก BanK is Flying! A pilot's life.










Author

Ferry Group

Author & Editor

รับสอนพิเศษที่บ้าน เรียนพิเศษตัวต่อตัวที่บ้านกับติวเตอร์คุณภาพ รับประกันผลและความพอใจ 100% เรียนก่อนจ่ายทีหลังสะดวกมั่นใจได้ #tutor #สอนพิเศษออนไลน์ #เรียนพิเศษ #สอนคณิตศาสตร์ #สอนภาษาอังกฤษ #สอนภาษาจีน #สอนภาษาญี่ปุ่น #สอนภาษาเกาหลี #สอนวิทยาศาสตร์ #สอนฟิสิกส์ #สอนเคมี #สอนชีววิทยา #กวดวิชา #Tutor_Ferry


Total Rating ✔

4.8 stars – 2,789 reviews

★★★★✩

0 ความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น

เป้าหมายคือการเป็นนักบิน จากผู้ที่ไม่เคยมีความฝันจะเป็นนักบินมาก่อน