J.TEST การสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น

การสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น (Japanese-Language Proficiency) N 1 = ผลการสอบ J.TEST ที่ประมาณ 650 คะแนน การสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น (Japanese-Language Proficiency) N 2 = ผลการสอบ J.TEST ที่ประมาณ 500 คะแนน การสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น (Japanese-Language Proficiency) N 3 = ผลการสอบ J.TEST ที่ประมาณ 400 คะแนน

J.TEST การสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นเชิงปฏิบัติ






J.TEST (การสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นเชิงปฏิบัติ) คืออะไร?

การสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นเชิงปฏิบัติ J.TEST เป็นการสอบเพื่อวัดความสามารถด้านภาษาญี่ปุ่นของชาวต่างประเทศ อย่างเป็นระบบและมีหลักเกณฑ์ โดยเริ่มจัดให้มีการสอบครั้งแรกในปี พ.ศ.2534 เป็นต้นมา ปัจจุบัน มีนักศึกษาต่างชาติ พนักงานบริษัท และนักเรียนของโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่น เข้ารับการสอบวัดระดับประมาณ 7 หมื่นคนในแต่ละปี


เริ่มแรก J.TEST เป็นการสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นสำหรับองค์กรซึ่งเป็นบริษัทเป็นส่วนใหญ่ โดยได้รับความสนใจและนำไปใช้สอบวัดระดับความสามารถด้านภาษาญี่ปุ่นของบริษัทญี่ปุ่นเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ เพื่อนำผลของการสอบวัดระดับไปใช้เป็นพื้นฐานในการพิจารณาจ้างงานพนักงานท้องถิ่นของบริษัทญี่ปุ่นที่ไปลงทุนในต่างประเทศ หรือในการพิจารณาส่งพนักงานท้องถิ่นมาทำงานในประเทศญี่ปุ่น หรือในการพิจารณาขึ้นเงินเดือน หรือเลื่อนตำแหน่ง เป็นต้น

นอกจากนี้ J.TEST ยังเป็นการสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นทั่วไป ที่จัดขึ้นบ่อยถึง 6 ครั้งต่อปี โดยจัดขึ้นในประเทศญี่ปุ่น และในต่างประเทศเช่น ประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ และไต้หวัน ฯลฯ ในแต่ละปี มีนักศึกษาต่างชาติ พนักงานบริษัท นักเรียนของโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นเข้ารับการสอบวัดระดับประมาณ 5หมื่นคน

ในการทำงานหรือศึกษาต่อ หรือใช้ภาษาญี่ปุ่นเพื่อปฏิบัติหน้าที่งาน จำเป็นต้องมีความสามารถด้านภาษาญี่ปุ่นระดับสูง จึงเป็นการสมควรอย่างยิ่งที่จะเข้าสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นเชิงปฏิบัติ J.TEST เพื่อให้ทราบระดับความสามารถด้านภาษาญี่ปุ่นของตน และหาหนทางพัฒนาตนเองให้ดียิ่งขึ้น เพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมายข้างหน้าต่อไป

*ในเอกสาร “คำแนะนำการสมัครงานสำหรับนักศึกษาต่างชาติ” ที่พิมพ์โดยศูนย์บริการนักศึกษาชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติ ซึ่งเป็นองค์กรนิติบุคคลภายใต้การควบคุมดูแลของกระทรวงศึกษาธิการญี่ปุ่น ยังได้แนะนำให้นักศึกษาต่างชาติที่ต้องการสมัครงานในประเทศญี่ปุ่นเข้าสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นของ J.TEST

*ในประเทศจีน ได้มีการรับรองการสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น J.TEST อย่างเป็นทางการโดย “กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม (ต่อไปเรียกว่ากระทรวงแรงงาน) “(เทียบเท่ากับกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม) ของรัฐบาลจีน ผู้ที่สอบผ่านการสอบวัดระดับในประเทศจีน จะได้รับประกาศนียบัตรจากกระทรวงแรงงาน เพิ่มเติมนอกเหนือจากประกาศนียบัตรปกติของ J.TEST อีกด้วย

วัตถุประสงค์ของ J.TEST คือการกลั่นกรองและนำเสนอบุคลากรที่มีความรู้ภาษาญี่ปุ่นให้กับบริษัท นั่นคือเหตุผลที่ทำให้ J.TEST ได้รับการยอมรับจากบริษัทเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทญี่ปุ่นในต่างประเทศ และสามารถช่วยให้ผู้สมัครจำนวนมากสามารถเข้าทำงานในบริษัทหรือองค์กรเหล่านี้ จนถึงกับได้รับการขนานนามว่าเป็น “TOEIC ภาคภาษาญี่ปุ่น” เลยทีเดียว * TOEIC เป็นเครื่องหมายการค้าของ ETS


จุดเด่นของ J.TEST


ให้ความสำคัญกับความสามารถเชิงปฏิบัติการ

J.TEST จะมีสัดส่วนของคำถามเกี่ยวกับการฟังค่อนข้างมาก โดยมีคะแนนในส่วนนี้สูงถึง 50% ของคะแนนทั้งหมด ถือเป็นการสอบวัดระดับที่ให้ความสำคัญกับความสามารถด้านภาษาในเชิงปฏิบัติค่อนข้างมาก นอกจากนี้ ข้อสอบยังมีการนำเอา ความเข้าใจในวัฒนธรรมญี่ปุ่น ข่าวจากหนังสือพิมพ์หรือนิตยสาร บทความหรือข้อมูลกราฟต่างๆ ในเชิงธุรกิจ ฯลฯ มาใช้เป็นคำถามเพื่อประเมินความสามารถโดยรวมและความสามารถเชิงปฏิบัติของผู้เข้าสอบอย่างเป็นระบบและมีหลักเกณฑ์

 มีการสอบวัดระดับบ่อยครั้ง

J.TEST มีการสอบหลายครั้งในเวลา 1 ปี โดยจัดให้มีการสอบเป็นการทั่วไปบ่อยถึงเดือนเว้นเดือน สำหรับบริษัทต่างๆ แล้ว สามารถนำเอา J.TEST ไปใช้ประโยชน์ในการฝึกอบรมพนักงาน หรือการคัดเลือกเพื่อจ้างพนักงานเข้าทำงานได้เป็นอย่างมาก และสำหรับผู้ที่กำลังเรียนหรือศึกษาภาษาญี่ปุ่น J.TEST ก็มีประโยชน์ตรงที่สามารถวัดระดับความสามารถด้านภาษาญี่ปุ่นได้อย่างเป็นขั้นเป็นตอน และสามารถนำมาใช้พัฒนาระดับภาษาญี่ปุ่นของตนเองได้อย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังสามารถจัดให้มีการสอบวัดระดับเป็นกรณีพิเศษสำหรับองค์กรแยกต่างหากได้ตามความต้องการ สำหรับรายละเอียด กรุณาคลิกที่นี่

 ผู้เข้าสอบสามารถประเมินระดับความสามารถของตน และนำไปพัฒนาความรู้ความสามารถได้อย่างสะดวก
     เพื่อช่วยให้ผู้เข้าสอบสามารถพัฒนาระดับความรู้ความสามารถด้านภาษาญี่ปุ่นของตนได้ดียิ่งขึ้นไปอีก หลังจากสอบเสร็จแล้ว สามารถนำเอากระดาษคำถามกลับไปได้ (สำหรับการสอบวัดระดับสำหรับองค์กร ไม่อนุญาตให้นำกระดาษคำถามออกไป)

     หลังจากสอบเสร็จแล้ว นอกจากใบแจ้งผลการสอบ, ประกาศนียบัตร (สำหรับผู้ที่ผ่านการสอบเท่านั้น) แล้ว ผู้เข้าสอบยังจะได้รับใบเฉลยข้อสอบด้วย โดยจะมีการระบุสถิติเช่นสัดส่วนของผู้ที่ตอบคำถามถูกในแต่ละข้ออย่างละเอียดให้ด้วย ผู้เข้าสอบจึงสามารถนำเอาข้อมูลต่างๆ เหล่านั้นไปใช้ในการแก้ไขจุดอ่อนและพัฒนาความสามารถของตนเองให้ดียิ่งขึ้นได้อย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพ


 รายละเอียดของการสอบวัดระดับ J.TEST

     การสอบวัดระดับจะแบ่งเป็น “การสอบวัดระดับ A-D” สำหรับผู้เรียนภาษาญี่ปุ่นขั้นกลางหรือขั้นสูง และ “การสอบวัดระดับ E-F” สำหรับผู้เรียนภาษาญี่ปุ่นขั้นต้น การสอบวัดระดับแต่ละประเภท จะวัดระดับของผู้เข้าสอบออกมาตามคะแนนที่ได้

     ระดับความยากง่ายของการสอบทุกครั้งจะคงที่เท่ากันตลอด การสอบหลายๆครั้งจะทำให้สามารถทราบถึงความก้าวหน้าของระดับความสามารถด้านภาษาญี่ปุ่นของตนได้อย่างชัดเจน (สามารถวัดระดับความสามารถด้านภาษาญี่ปุ่นได้มากกว่า 1 ขั้น) และหากสามารถทำคะแนนได้ถึงเกณฑ์ที่กำหนดไว้ จะได้รับประกาศนียบัตรระดับความสามารถดังกล่าว

     การสอบวัดระดับความสามารถภาษาญี่ปุ่น J.TEST แบ่งออกได้เป็นสองประเภทคือ การสอบวัดระดับสำหรับผู้เรียนภาษาญี่ปุ่นขั้นกลางหรือขั้นสูง (ระดับ A-D) และการสอบวัดระดับสำหรับผู้เรียนภาษาญี่ปุ่นขั้นต้น (ระดับ E-F) แต่ละประเภทยังแบ่งออกเป็นขั้นย่อยๆ กล่าวคือการสอบวัดระดับสำหรับผู้เรียนภาษาญี่ปุ่นขั้นกลางหรือขั้นสูง (ระดับ A-D) มีทั้งหมด 8 ขั้น และการสอบวัดระดับสำหรับผู้เรียนภาษาญี่ปุ่นขั้นต้น (ระดับ E-F) มีทั้งหมด 3 ขั้น

* สำหรับใบเฉลยข้อสอบ (รวมสคริปต์ของคำถามการฟัง) จะนำข้อมูลไปลงไว้ในอินเตอร์เน็ตภายในเวลา 1 สัปดาห์หลังจากการสอบดำเนินการเสร็จสิ้น


การสอบวัดระดับความสามารถภาษาญี่ปุ่นระดับ A-D


– พิจารณาและระบุความสามารถด้านภาษาญี่ปุ่นตั้งแต่ระดับ A บวก จนถึง Dลบ ตามคะแนนที่สอบได้จากคะแนนเต็ม 1,000 คะแนน
– สำหรับผู้เข้าสอบที่ทำคะแนนได้เกิน 400 คะแนนขึ้นไป จะได้รับประกาศนียบัตรผ่านการสอบวัดระดับ
* คะแนนในทุกส่วนต้องไม่มีส่วนใดได้ 0 คะแนน จึงจะได้รับประกาศนียบัตร หากได้คะแนนรวมเกิน 400 คะแนนขึ้นไป แต่มีบางส่วนได 0 คะแนน จะไม่ได้รับประกาศนียบัตร


[รายละเอียดของข้อสอบ]

>> คำถามการฟัง ประมาณ 45 นาที
1. คำถามการบรรยายภาพ / 2. คำถามการโต้ตอบ / 3. คำถามจากบทสนทนา / 4. คำถามจากคำอธิบาย

>> คำถามการอ่านเอาเรื่องและบรรยาย ประมาณ 80 นาที
5. คำถามอักษรคันยิ / 6. คำถามไวยากรณ์ / 7. คำถามรวมการอ่านเอาเรื่อง / 8. คำถามการบรรยาย

>> หลังจากจบคำถามการฟังแล้ว จะเริ่มคำถามการอ่านเอาเรื่องและบรรยายทันที ไม่เว้นเวลาสำหรับหยุดพัก


[คะแนนและการประเมินผล]

>> คะแนนเต็ม 1,000 คะแนน (การฟัง 500 คะแนน, อ่านเอาเรื่องและบรรยาย 500 คะแนน)

ประกาศนียบัตรและผลการสอบ
<ระดับ A บวก> มีผลการสอบตั้งแต่ 930 คะแนนขึ้นไป
มีความสามารถสื่อสารในระดับสูงในเรื่องและสถานการณ์ต่างๆ 
(สามารถเป็นล่ามภาษาญี่ปุ่นในระดับสูงได้)

<ระดับ A> มีผลการสอบตั้งแต่ 900 คะแนนขึ้นไป
มีความสามารถสื่อสารอย่างเพียงพอในเรื่องและสถานการณ์ต่างๆ 
(สามารถเป็นล่ามภาษาญี่ปุ่นทั่วไปได้)

<ระดับ A ลบ> มีผลการสอบตั้งแต่ 850 คะแนนขึ้นไป
มีความสามารถสื่อสารอย่างเพียงพอในเรื่องและสถานการณ์ต่างๆ ภายใต้ขอบเขตที่กำหนด
(สามารถเป็นล่ามภาษาญี่ปุ่นขั้นพื้นฐานได้)

<ระดับ B> มีผลการสอบตั้งแต่ 800 คะแนนขึ้นไป
มีความสามารถสื่อสารอย่างเพียงพอในเรื่องและสถานการณ์ต่างๆ ทั่วไป
(สามารถทำงานในประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลานานได้)

<ระดับ B ลบ> มีผลการสอบตั้งแต่ 700 คะแนนขึ้นไป
สามารถสื่อสารขั้นพื้นฐานอย่างเพียงพอในชีวิตประจำวันได้
(สามารถเดินทางไปทำงานนอกสถานที่ที่ประเทศญี่ปุ่นได้) (สามารถเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยในประเทศญี่ปุ่นได้)

<ระดับ C> มีผลการสอบตั้งแต่ 600 คะแนนขึ้นไป
สามารถสื่อสารภาษาญี่ปุ่นระดับพื้นฐานได้สำหรับบางบริษัทหรือมหาวิทยาลัย (สามารถทำงานที่ใช้ภาษาง่ายๆได้)

<ระดับ D> มีผลการสอบตั้งแต่ 500 คะแนนขึ้นไป
แม้จะมีส่วนที่ยังต้องพัฒนาเพิ่มอีกบ้างแต่สามารถสื่อสารภาษาญี่ปุ่นในระดับพื้นฐานได้

<ระดับ D ลบ> มีผลการสอบตั้งแต่ 400 คะแนนขึ้นไป
สามารถสื่อสารภาษาญี่ปุ่นขั้นพื้นฐานในชีวิตประจำวันได้ (เข้าใจภาษาญี่ปุ่นอย่างง่าย)

<ไม่ผ่าน> มีผลการสอบต่ำกว่า 400 คะแนน


  • การสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น (Japanese-Language Proficiency) N 1 = ผลการสอบ J.TEST ที่ประมาณ 650 คะแนน
  • การสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น (Japanese-Language Proficiency) N 2 = ผลการสอบ J.TEST ที่ประมาณ 500 คะแนน
  • การสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น (Japanese-Language Proficiency) N 3 = ผลการสอบ J.TEST ที่ประมาณ 400 คะแนน


* การเปรียบเทียบกับการสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น เป็นเพียงการประมาณเท่านั้น


การสอบวัดระดับความสามารถภาษาญี่ปุ่นระดับ E-F


– พิจารณาและระบุความสามารถด้านภาษาญี่ปุ่นตั้งแต่ระดับ E จนถึง F ตามคะแนนที่สอบได้จากคะแนนเต็ม 500 คะแนน
– สำหรับผู้เข้าสอบที่ทำคะแนนได้เกิน 200 คะแนนขึ้นไป จะได้รับประกาศนียบัตรผ่านการสอบวัดระดับ
* คะแนนในทุกส่วนต้องไม่มีส่วนใดได้ 0 คะแนน จึงจะได้รับประกาศนียบัตร หากได้คะแนนรวมเกิน 200 คะแนนขึ้นไป แต่มีบางส่วนได้ 0 คะแนน จะไม่ได้รับประกาศนียบัตร


[รายละเอียดของข้อสอบ]

>> คำถามการฟัง ประมาณ 30 นาที
1. คำถามการบรรยายภาพ / 2. คำถามการโต้ตอบ / 3. คำถามจากบทสนทนา / 4. คำถามจากคำอธิบาย

>> คำถามการอ่านเอาเรื่อง ประมาณ 70 นาที
5. คำถามตัวอักษรคันจิ / 6. คำถามไวยากรณ์ / 7. คำถามรวมการอ่านเอาเรื่อง / 8. คำถามการบรรยาย

>> หลังจากจบคำถามการฟังแล้ว จะเริ่มคำถามการอ่านเอาเรื่องและการบรรยายทันที ไม่เว้นเวลาสำหรับหยุดพัก


[คะแนนและการประเมินผล]

>> คะแนนเต็ม 500 คะแนน (การฟัง 200 คะแนน, อ่านเอาเรื่อง 300 คะแนน)

ประกาศนียบัตรและผลการสอบ
<ระดับ E> มีผลการสอบตั้งแต่ 350 คะแนนขึ้นไป
มีความสามารถระดับผ่านการเรียนภาษาญี่ปุ่นขั้นต้น / สามารถเดินทางไปเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นเองได้ 
(* เท่ากับประมาณN4 ของการสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น)

<ระดับ F> มีผลการสอบตั้งแต่ 250 คะแนนขึ้นไป
มีความสามารถระดับผ่านเทอมแรกของการเรียนภาษาญี่ปุ่นขั้นต้น 
(* เท่ากับประมาณN5 ของการสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น)

<ไม่ผ่าน> มีผลการสอบต่ำกว่า 200 คะแนน

การสอบวัดระดับความสามารถภาษาญี่ปุ่นระดับ G (ยังไม่มีกำหนดการเริ่มใช้)

– สำหรับผู้ที่มีความรู้ด้านภาษาญี่ปุ่นเบื้องต้น มีชั่วโมงเรียนน้อยกว่า 150 ชั่วโมง
* คะแนนในทุกส่วนต้องไม่มีส่วนใดได้ 0 คะแนน จึงจะได้รับประกาศนียบัตร หากได้คะแนนรวมเกิน 120 คะแนนขึ้นไป แต่มีบางส่วนได้ 0 คะแนน จะไม่ได้รับประกาศนียบัตร


[รายละเอียดของข้อสอบ]

>> คำถามการฟัง ประมาณ 20 นาที
1. คำถามจากรูปภาพ / 2. คำถามความเข้าใจในการฟัง / 3. คำถามการโต้ตอบ / 4. คำถามจากบทสนทนาและการอธิบาย

>> คำถามการอ่านเอาเรื่อง ประมาณ 70 นาที
5. คำถามไวยากรณ์และคำศัพท์ / 6. คำถามการอ่านเพื่อความเข้าใจ / 7. คำถามคันจิ / 8. คำถามการบรรยาย

>> หลังจากจบคำถามการอ่านและการเขียนแล้ว จะเริ่มคำถามการฟังทันที ไม่เว้นเวลาสำหรับหยุดพัก


[คะแนนและการประเมินผล]

>> คะแนนเต็ม 200 คะแนน (การอ่านเพื่อความเข้าใจ 120 คะแนน, การฟัง 80 คะแนน)


ประกาศนียบัตรและผลการสอบ

<ระดับ G > มีผลการสอบตั้งแต่ 120 คะแนนขึ้นไป
มีความสามารถสื่อสารโดยใช้ภาษาญี่ปุ่นอย่างง่ายๆได้ ในเวลาฉุกเฉิน
(สามารถแสดงความคิด ความรู้สึกด้วยคำพูดอย่างง่ายๆได้ เช่น การแนะนำตัวเอง)

<ไม่ผ่าน> มีผลการสอบต่ำกว่า 120 คะแนน



การสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นเป็นกรณีพิเศษสำหรับบริษัทหรือองค์กร

ใบสมัคร

การสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นเป็นกรณีพิเศษสำหรับบริษัทหรือองค์กร


นอกจากการสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นเชิงปฏิบัติในแบบทั่วไปดังได้กล่าวในข้างต้นแล้ว ยังมีการสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นเป็นกรณีพิเศษสำหรับองค์กรเช่นนิติบุคคลภายในประเทศไทย หรือโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นต่างๆ อีกด้วย การสอบวัดระดับดังกล่าว จัดขึ้นโดยมีเงื่อนไขคือ * ใช้คำถามของข้อสอบในอดีตที่ผ่านมา * ใช้สำหรับกรณีที่บริษัทหรือองค์กรต่างๆ ต้องการที่จะวัดระดับความสามารถด้านภาษาญี่ปุ่นของพนักงาน หรือนักศึกษา * จำนวนผู้เข้าสอบวัดระดับขั้นต่ำคือ 10 คน (ในกรณีที่ผู้เข้าสอบวัดระดับมีจำนวนต่ำกว่า 10 คน สามารถจัดให้มีการสอบวัดระดับได้โดยเหมาจ่ายในราคารวม 7,000 บาท) * ไม่มีการออกประกาศนียบัตรเหมือนกรณีการสอบวัดระดับทั่วไป บริษัทหรือองค์กรที่สนใจ สามารถแจ้งความประสงค์ขอให้จัดการสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นโดยระบุวัน เวลาที่ต้องการจัดให้มีการสอบวัดระดับ โดยโทรศัพท์หรืออีเมลล์มาที่ ผู้รับผิดชอบการสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นสำหรับบริษัทหรือองค์กร ประจำสำนักงานกรุงเทพฯ



สำนักงาน J.TEST ประเทศไทย


บริษัท เจ เอส สยาม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
25/2 ชั้น 2 อาคารนิวแลนด์ ซอยสุขุมวิท 33 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110
โทรศัพท์ : 02-662-1629-30,02-6621849-51
โทรสาร : 02-662-0341
E-mail Address : [email protected]
http://j-test.org/th/








Tutor Ferry

Author & Editor

รับสอนพิเศษที่บ้าน เรียนพิเศษตัวต่อตัวที่บ้านกับติวเตอร์คุณภาพ รับประกันผลและความพอใจ 100% เรียนก่อนจ่ายทีหลังสะดวกมั่นใจได้

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น